เปิดร้านขายยาสัตว์ ต้องทำอย่างไรบ้าง? รวมขั้นตอนและมาตรฐานที่ต้องรู้

กำหนดรูปแบบการเปิดร้านขายยาสัตว์

ร้านขายยาสัตว์ ข.ย.3 สามารถจัดรูปแบบธุรกิจได้หลัก ๆ 3 ลักษณะ โดยแต่ละแบบสามารถมีสินค้าและบริการอื่นร่วมกับการขายยาได้ แต่ส่วนที่เป็น ยา พื้นที่ขายยา และพื้นที่เก็บยา ยังต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของใบอนุญาต ข.ย.3 และมาตรฐาน GPP
แบบที่ 1 ร้านขายยาสัตว์ + Pet Shop
เหมาะกับร้านที่มีกลุ่มลูกค้า
เป็นเจ้าของ สุนัข แมว และสัตว์เลี้ยงทั่วไป
ภายในร้านอาจมีทั้ง
ยาบรรจุเสร็จสำหรับสัตว์
อาหารสัตว์
อาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์
แชมพูและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง
ปลอกคอ สายจูง และของใช้ต่าง ๆ
และสามารถมีกิจกรรมอื่นร่วมด้วย เช่น
อาบน้ำ
ตัดขน
จำหน่ายสัตว์เลี้ยง
แต่ พื้นที่ยาและสินค้าอื่นต้องแยกกันอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะบริการอาบน้ำ–ตัดขนหรือกิจกรรมที่ทำให้เกิดความชื้น ควรแยกออกจากบริเวณขายและเก็บยา เพื่อไม่ให้กระทบต่อสุขลักษณะและคุณภาพยา
แบบที่ 2 ร้านขายยาสัตว์ + ร้านเกษตรภัณฑ์
เหมาะกับกลุ่มลูกค้า เช่น
เกษตรกร
เจ้าของฟาร์ม
ผู้เลี้ยงปศุสัตว์
นอกจากยาสัตว์แล้ว ร้านอาจมีสินค้าอื่นร่วมด้วย เช่น
อาหารสัตว์
อุปกรณ์เลี้ยงสัตว์
เครื่องมือทางการเกษตร
ปุ๋ย
ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอื่น ๆ
แต่ต้องจัด ยาสัตว์แยกออกจากอาหารสัตว์และผลิตภัณฑ์อื่นอย่างชัดเจน หากมีปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช เครื่องมือการเกษตร หรือสินค้าอื่นจำนวนมากจนกระทบต่อสภาพแวดล้อมในการเก็บยา ควรจัดพื้นที่แยกออกจากส่วนขายยา
แบบที่ 3 ร้านขายยาสัตว์สำหรับเกษตรกร/ฟาร์ม
เหมาะกับกลุ่มลูกค้า เช่น
เกษตรกร
เจ้าของฟาร์ม
ผู้เลี้ยงปศุสัตว์
ธุรกิจที่มีลูกค้ากลุ่มฟาร์มเป็นหลัก
ร้านอาจมีสินค้า เช่น
ยาบรรจุเสร็จสำหรับสัตว์
ยาอันตรายสำหรับสัตว์ ตามเงื่อนไขที่กำหนด
ยาควบคุมพิเศษสำหรับสัตว์ หากมีผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการที่มีคุณสมบัติรองรับ
อาหารสัตว์
อุปกรณ์เลี้ยงสัตว์
สินค้าที่เกี่ยวข้องกับฟาร์ม
ไม่สามารถทำเป็นโกดังเก็บยาอย่างเดียวได้ และห้ามทำกิจการในรูปแบบขายส่งเด็ดขาด
บุคลากรประจำร้านขายยาสัตว์
ร้าน ข.ย.3 ต้องมี ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการประจำตลอดเวลาที่เปิดขายยา โดยผู้ที่สามารถทำหน้าที่ได้ ได้แก่
เภสัชกร
สัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง
สัตวแพทย์ชั้นสอง ตามขอบเขตและเงื่อนไขที่กำหนด
กรณีมี ยาควบคุมพิเศษสำหรับสัตว์ ต้องดูคุณสมบัติของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการเพิ่มเติม โดยหากมีเพียง สัตวแพทย์ชั้นสอง จะไม่สามารถมียาควบคุมพิเศษไว้จำหน่ายในร้านได้
ร้านสามารถมี พนักงานหรือผู้ช่วย เพิ่มเติมได้ เพื่อช่วยรับลูกค้า ดูแลสินค้า และสนับสนุนงานภายในร้าน แต่ต้องได้รับความรู้หรือการอบรมเกี่ยวกับงานที่รับผิดชอบอย่างเหมาะสม ไม่สามารถส่งมอบยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษเองได้ ต้องให้ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการเป็นผู้ดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนด
ออกแบบตกแต่งร้านขายยาสัตว์ตามมาตรฐาน GPP

1.ขนาดพื้นที่ตามมาตรฐาน
ร้าน ข.ย.3 ต้องมี พื้นที่ขายยา ให้คำปรึกษา และแนะนำการใช้ยา เป็นพื้นที่ติดต่อกัน โดยมีข้อกำหนดหลักคือ
ขนาดพื้นที่ ไม่น้อยกว่า 8 ตารางเมตร
ด้านที่สั้นที่สุดของพื้นที่ ไม่น้อยกว่า 2 เมตร
ไม่รวมพื้นที่เก็บสำรองยา (Stock)
ต้องมีพื้นที่เพียงพอสำหรับผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ พนักงาน และผู้มารับบริการ
พื้นที่นี้ถือเป็นบริเวณที่ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการใช้ ขายยา ให้บริการ ให้คำปรึกษา และแนะนำการใช้ยา
2. ฟังก์ชันพื้นที่ที่ต้องมีตามมาตรฐาน
สรุปพื้นที่หลักของร้านให้เป็นแบบนี้จะตรงกว่าค่ะ
พื้นที่ขายยาและให้บริการลูกค้า : ไม่น้อยกว่า 8 ตร.ม.
พื้นที่ให้คำปรึกษาและแนะนำการใช้ยา : อยู่ภายในพื้นที่ให้บริการ และต้องสามารถใช้งานได้จริง
พื้นที่จัดวางยา : ต้องแยกยาออกจากอาหารสัตว์และผลิตภัณฑ์อื่น
พื้นที่เก็บยา / Stock: จัดให้เพียงพอ เป็นระเบียบ และเหมาะกับสภาพการเก็บรักษาของยา
พื้นที่แยกยาหมดอายุ ยารอคืน หรือยาเสื่อมคุณภาพ : ต้องไม่ปะปนกับยาที่พร้อมขาย
ฟังก์ชันอื่นๆ หากมีบริการเพิ่มเติม
ขายยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ
ต้องแยกพื้นที่จัดวางให้ชัดเจน
มีวัสดุทึบสำหรับปิดบังเมื่อผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการไม่อยู่
อยู่บริเวรพื้นที่ของเภสัชหรือสัตวแพทย์
มีบริการอาบน้ำ–ตัดขน หรือขายสัตว์เลี้ยง
ต้องจัดแยกจากพื้นที่ขายและเก็บยา
โดยเฉพาะบริเวณที่เกิดความชื้นหรือกระทบสุขลักษณะ
เป็นร้านเกษตรภัณฑ์
ยาสัตว์ต้องแยกจากอาหารสัตว์ ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช และสินค้าอื่น
หากมีจำนวนมากหรือเสี่ยงกระทบต่อสภาพแวดล้อมของยา ควรกั้นพื้นที่แยก
ร้านสำหรับลูกค้าฟาร์มแบบ Office
เป็นสำนักงานก็ยังต้องมีส่วนหน้าร้านสำหรับให้บริการลูกค้า
พื้นที่ขาย/ให้บริการยาต้องไม่น้อยกว่า 8 ตร.ม.
3. อุปกรณ์ที่ต้องมีตามมาตรฐาน
อุปกรณ์พื้นฐานที่ควรเตรียม ได้แก่
ชั้นหรือตู้จัดเก็บยา ที่จัดยาเป็นหมวดหมู่และไม่วางยาสัมผัสพื้นโดยตรง
เทอร์โมมิเตอร์ สำหรับพื้นที่ขายยาและพื้นที่ Stock
ถังดับเพลิง อย่างน้อย 1 เครื่องต่อพื้นที่ไม่เกิน 200 ตารางเมตร
กรณีมียาที่ต้องเก็บในตู้เย็น
ต้องมี ตู้เย็น 1 หลังสำหรับเก็บยา
หากไม่ได้ใช้ตู้เย็นสำหรับยาโดยเฉพาะ ต้องจัดยาในกล่องพลาสติกที่ปิดมิดชิด
มีเทอร์โมมิเตอร์ตรวจวัดใน พื้นที่หน้าร้าน, Stock และในตู้เย็นเมื่อมียาแช่เย็น
4. ป้ายภายในร้านขายยาตามมาตรฐาน
ป้ายและการแสดงข้อมูลภายในร้านควรจัดให้เห็นชัดเจน เช่น
ป้ายหมวดหมู่ยา เพื่อแยกประเภทการจัดวางยา
ป้ายพื้นที่เก็บสำรองยา (Stock) กรณีมีตู้ Stock บริเวณหน้าร้าน
ป้ายแสดงตนของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ ให้แยกจากพนักงานทั่วไปอย่างชัดเจน และต้องแสดงหลักฐานใบประกอบวิชาชีพไว้ในที่เปิดเผย
ป้ายห้ามสูบบุหรี่ ตามกฎหมาย
หากมียาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ ต้องมีการแยกและแสดงประเภทของยาให้ชัดเจน มีป้ายปิดบังบริเวณดังกล่าว พร้อมมีข้อความแจ้ง เช่น “ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ ไม่สามารถขายยาบริเวณนี้ได้”
จัดหาแหล่งซื้อยาและวางระบบ Stock ก่อนเปิดร้าน
หลังจากกำหนดรูปแบบร้านและกลุ่มลูกค้าแล้ว ขั้นต่อมาคือการวางว่า ร้านจะขายยาอะไร ซื้อจากไหน และจะรับ–เก็บยาอย่างไร เพราะมาตรฐาน GPP กำหนดทั้งเรื่องแหล่งจัดซื้อ คุณภาพยา การจัดเก็บ และเอกสารที่ต้องตรวจสอบย้อนหลังได้
เลือกว่าจะขายยากลุ่มไหน
รายการยาที่เตรียมเข้าร้านควรสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าของร้าน เช่น ร้านที่เน้นสุนัข–แมว กับ ร้านที่เน้นฟาร์มหรือปศุสัตว์ ย่อมมีรายการยาหลักและปริมาณ Stock ต่างกัน
ในส่วนการวางแผนธุรกิจ อาจแบ่งรายการไว้เป็น
Core Product ยาหลักที่ตรงกับลูกค้าของร้าน
ยาที่มีการใช้หรือหมุนเวียนสูง เพื่อกำหนดจำนวน Stock
ยาที่ต้องเก็บในตู้เย็น เพื่อเตรียมพื้นที่และระบบควบคุมอุณหภูมิ
ยาอันตราย/ยาควบคุมพิเศษ เพื่อดูเงื่อนไขการขายและคุณสมบัติของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
ยาที่ต้องสำรองไว้ ตามลักษณะลูกค้าและการใช้งานจริง
ตามมาตรฐาน GPP ยาที่นำเข้าร้านต้อง ขึ้นทะเบียนถูกต้อง เป็นยาบรรจุเสร็จ มีฉลากครบถ้วน และไม่แบ่งบรรจุขาย
หา Supplier หรือแหล่งซื้อยาที่ถูกต้อง
ยาที่นำมาจำหน่ายต้องมาจาก แหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีมาตรฐานด้านการผลิต การจัดเก็บ และการขนส่ง
แหล่งจัดซื้อที่แนวทาง GPP ระบุไว้ เช่น
ผู้ผลิตยาที่ได้รับอนุญาต
โรงงานผลิตยาในประเทศ
ผู้นำเข้าที่ผ่านการประเมินมาตรฐานจาก อย.
ผู้ขายยาที่มีใบอนุญาตถูกต้อง
ผู้ขายส่งหรือผู้แทนจำหน่ายที่มีมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น GPP สำหรับร้านขายส่งยาแผนปัจจุบัน
ก่อนสั่งซื้อจึงควรตรวจสอบอย่างน้อยว่า แหล่งขายถูกต้อง ยาขึ้นทะเบียนถูกต้อง และข้อมูลบนฉลากตรงกับสินค้าที่รับจริง ไม่ควรเลือก Supplier จากราคาเพียงอย่างเดียว
เตรียมเอกสารสำหรับขออนุญาตเปิดร้านขายยาสัตว์
1. เอกสารของผู้ขออนุญาต
กรณีบุคคลธรรมดา
โดยทั่วไปเตรียมเอกสารเกี่ยวกับตัวเจ้าของกิจการ เช่น
บัตรประชาชน
ทะเบียนบ้าน
เอกสารเปลี่ยนชื่อ–นามสกุล ถ้ามี
หนังสือมอบอำนาจ กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
กรณีนิติบุคคล
หากเปิดในนามบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน จะมีเอกสารเพิ่ม เช่น
หนังสือรับรองนิติบุคคล
เอกสารของกรรมการหรือผู้มีอำนาจลงนาม
หนังสือมอบอำนาจ ตามกรณี
หนังสือแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการ ตามกรณี
2. เอกสารของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
เป็นชุดเอกสารของเภสัชกรหรือสัตวแพทย์ที่จะประจำร้าน เช่น
บัตรประชาชน
ทะเบียนบ้าน
ใบประกอบวิชาชีพ
เอกสารที่ใช้ยืนยันคุณสมบัติของวิชาชีพ
วันและเวลาที่จะปฏิบัติงาน
คำรับรองผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
สัญญาระหว่างผู้รับอนุญาตกับผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ ตามกรณี
3. เอกสารสิทธิในสถานที่
ใช้ยืนยันว่าเจ้าของกิจการมีสิทธิใช้สถานที่นั้นสำหรับเปิดร้าน เช่น
ทะเบียนบ้านหรือทะเบียนอาคารของสถานที่
สัญญาเช่า กรณีเช่าพื้นที่
หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ ตามกรณี
เอกสารของเจ้าของกรรมสิทธิ์
เอกสารประกอบอื่นที่แสดงสิทธิในการใช้พื้นที่
4. เอกสารเกี่ยวกับสถานที่และตัวร้าน
เป็นชุดที่แสดงว่า ร้านที่กำลังขออนุญาตมีหน้าตาและจัดพื้นที่อย่างไร เช่น
แผนที่ตั้งร้าน
แปลนหรือแผนผังร้าน
ตำแหน่งพื้นที่ขายยาและให้คำปรึกษา
พื้นที่ Stock
ตำแหน่งตู้ยา/ตู้เย็น ถ้ามี
พื้นที่ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ ถ้ามี
พื้นที่ Pet Shop / ร้านเกษตร / อาบน้ำ–ตัดขน ถ้ามี
ภาพถ่ายภายนอกและภายในสถานที่
5. แบบคำขอและแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง
ชุดสุดท้ายคือแบบที่ใช้ประกอบการยื่น เช่น
แบบ ข.ย.3 — คำขออนุญาตขายยาแผนปัจจุบันเฉพาะยาบรรจุเสร็จสำหรับสัตว์
แบบคำรับรองผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
หนังสือมอบอำนาจ/แต่งตั้ง ตามกรณี
แบบหรือเอกสารประกอบอื่นตามกรณีของผู้ยื่น
ขออนุญาตเปิดร้านขายยาสัตว์ ข.ย.3
เมื่อเตรียม สถานที่ตามมาตรฐาน GPP ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ และเอกสารประกอบคำขอ ครบแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนการขออนุญาตเปิดร้านขายยาสัตว์ ดังนี้
1. ยื่นคำขออนุญาต
ยื่น แบบ ข.ย.3 คำขออนุญาตขายยาแผนปัจจุบันเฉพาะยาบรรจุเสร็จสำหรับสัตว์ พร้อมเอกสารของผู้ขออนุญาต ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ เอกสารสิทธิในสถานที่ แปลน และเอกสารประกอบอื่นตาม Checklist ของ อย.
ช่องทางการยื่นคำขอ
กรุงเทพมหานคร — ยื่นผ่านระบบ SKYNET / e-Submission ของ อย.
ต่างจังหวัด — ยื่นต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ของจังหวัดที่ร้านตั้งอยู่
2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร
เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนและคุณสมบัติที่เกี่ยวข้อง เช่น
ผู้ขออนุญาต
ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
สิทธิในการใช้สถานที่
แปลนและข้อมูลสถานที่
แบบคำขอและเอกสารประกอบ
หากเอกสารไม่ครบหรือมีข้อมูลต้องแก้ไข จะต้องดำเนินการเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อไป
3. ตรวจประเมินสถานที่ตามมาตรฐาน GPP
ร้านต้องผ่านการประเมิน GPP สำหรับสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันเฉพาะยาบรรจุเสร็จสำหรับสัตว์ (ข.ย.3) และ
เจ้าหน้าที่จะพิจารณาสถานที่และระบบสำคัญ เช่น
พื้นที่ขายยาและให้คำปรึกษา
พื้นที่จัดเก็บยา / Stock
การแยกยาและสินค้าอื่น
อุปกรณ์ที่ต้องมี
การควบคุมอุณหภูมิ
ตู้เย็นเก็บยา กรณีมียาแช่เย็น
การจัดเก็บยาอันตราย/ยาควบคุมพิเศษ
ระบบ Stock และการควบคุมยาหมดอายุ
เอกสารและระบบการปฏิบัติงาน
กระบวนการ GPP มีการใช้ แบบประเมินตนเองและการลงพื้นที่ตรวจข้อมูลจริง หากพบข้อบกพร่อง ต้องแก้ไขสถานที่หรือระบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานก่อนผ่านการประเมิน
4. อนุมัติและรับใบอนุญาต
เมื่อ เอกสารและสถานที่ผ่านการพิจารณาแล้ว ผู้ขออนุญาตจึงชำระค่าธรรมเนียมตามที่กำหนด และรับ
ใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบันเฉพาะยาบรรจุเสร็จสำหรับสัตว์ แบบ ข.ย.7
ค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ข.ย.7: 1,000 บาท
การเปิดร้านขายยาสัตว์ ข.ย.3 ต้องเตรียมให้ครบทั้ง ใบอนุญาต ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ สถานที่ตามมาตรฐาน GPP อุปกรณ์ และเอกสารประกอบคำขอ รวมถึงวางระบบการจัดเก็บยา Stock การควบคุมอุณหภูมิ และการจำหน่ายยาให้เป็นไปตามข้อกำหนดก่อนเริ่มเปิดร้าน
หากกำลังวางแผนเปิดร้านขายยาสัตว์ หรือต้องการสอบถามเรื่อง การขอใบอนุญาต ข.ย.3 การออกแบบพื้นที่ และการเตรียมสถานที่ตามมาตรฐาน GPP สามารถสอบถามและปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ ID LINE : @deccodrug





ความคิดเห็น