เภสัชกรเปิดร้านขายยาเอง ในปี 2026 ต้องทำยังไงบ้าง
- Decco develop
- 12 มิ.ย.
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 15 มิ.ย.

การเปิดร้านขายยาสำหรับเภสัชกรที่อยากมีร้านเป็นของตัวเอง อาจดูเหมือนเป็นเรื่องใกล้ตัว เพราะมีความรู้ด้านยาอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริง การเริ่มต้นร้านขายยาไม่ได้มีแค่เรื่องวิชาชีพเท่านั้น ยังมีรายละเอียดสำคัญที่ต้องเตรียมให้พร้อม ตั้งแต่การเลือกทำเล การออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน GPP การเตรียมเอกสารขออนุญาต การจัดหายาและผู้จัดจำหน่าย ไปจนถึงการวางระบบสต๊อกและการบริหารร้านให้ใช้งานได้จริง
บทความนี้จะพาเภสัชกรที่กำลังสนใจการเปิดร้านขายยาในปี 2026 มองเห็นภาพรวมของขั้นตอนสำคัญตั้งแต่เริ่มต้นจนพร้อมเปิดให้บริการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ออกแบบและตกแต่งร้านขายยาให้ถูกมาตรฐาน GPP
ร้านขายยาต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดเกี่ยวกับสถานที่ อุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชน (GPP) ตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ. 2557 ซึ่งมีรายละเอียดที่ต้องทำความเข้าใจก่อนออกแบบร้านดังนี้
ขนาดพื้นที่ร้านขายยาตามมาตรฐาน GPP
ตามข้อกำหนดของ อย. พื้นที่ร้านขายยาต้องมีขนาดรวมไม่น้อยกว่า 15ตารางเมตร (ไม่รวมพื้นที่เก็บสำรองยา)โดยสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญที่สุดคือการแบ่งสัดส่วนพื้นที่อย่างชัดเจนโดยสรุปต้องมีพื้นที่ดังนี้
พื้นที่ | ขนาดพื้นที่ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
พื้นที่ขายยา + ให้คำปรึกษา | 8 ตร.ม. ขึ้นไป | ความยาวด้านสั้นสุด ≥ 2 ม. |
พื้นที่รวมทั้งร้าน | 15 ตร.ม. ขึ้นไป | ไม่รวมพื้นที่เก็บสต๊อกยา |
ความสูงเพดาน | 2.4 ม. ขึ้นไป | - |
การจัดพื้นที่ภายในร้าน

พื้นที่ให้บริการโดยเภสัชกรและพื้นที่ให้คำปรึกษา
ต้องแยกจากโซนบริการตัวเองให้ชัดเจน ห้ามลูกค้าหยิบหรือเข้าถึงยาเองได้ พร้อมติดป้ายว่า พื้นที่ให้บริการโดยเภสัชกร ให้เห็นชัดๆ ในโซนนี้ต้องมีที่ปรึกษาพร้อมโต๊ะและเก้าอี้อย่างน้อย 2 ตัว
พื้นที่เก็บยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษต้องอยู่ในตำแหน่งที่เภสัชกรดูแลได้ ต้องมีอุปกรณ์ปิดบังหรือกั้นพื้นที่จ่ายยา พร้อมป้ายบอกว่า เภสัชกรไม่อยู่ ไม่สามารถจำหน่ายยาในบริเวณนี้ได้
พื้นที่บริการตนเอง
สำหรับสินค้าที่ลูกค้าเลือกซื้อได้เอง เช่น อุปกรณ์ทางการแพทย์ เครื่องสำอาง ของใช้สุขอนามัย หรือยาสามัญประจำบ้าน
พื้นที่เก็บสำรองยา
ต้องจัดเก็บยาให้เป็นระเบียบ ไม่วางสัมผัสพื้นโดยตรง มีชั้นวางหรือพาเลทรองรับ พร้อมป้าย พื้นที่เก็บสำรองยา (Stock) และไม่ควรเก็บปะปนกับยาหน้าร้าน อุณหภูมิในพื้นที่ขายยาหน้าร้านและพื้นที่เก็บสำรองยาต้องไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส
อุปกรณ์ร้านขายยาที่ต้องมีตามมาตรฐาน GPP

ตู้เย็น 1 เครื่อง สำหรับยาที่ต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิห้อง โดยอุณหภูมิในการจัดเก็บต้องอยู่ที่ 2 ถึง 8 องศาเซลเซียส และต้องไม่ใช้เก็บของปะปนกับสิ่งของอื่น
ถาดนับเม็ดยาอย่างน้อย 2 ถาด โดยต้องแยกถาดนับเม็ดสำหรับยากลุ่มเพนนิซิลิน ยากลุ่มซัลโฟนาไมด์ และยากลุ่มต้านการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ออกจากกัน
เครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติ 1 เครื่อง อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน จัดเก็บใกล้บริเวณ Counseling area
เครื่องชั่งน้ำหนัก 1 เครื่อง ในสภาพพร้อมใช้งาน
อุปกรณ์วัดส่วนสูง 1 เครื่อง ในสภาพพร้อมใช้งาน
ถังดับเพลิง 1 เครื่อง ขนาดบรรจุไม่น้อยกว่า 4 กิโลกรัม เข้าถึงได้ง่าย ติดตั้งสูงจากพื้นไม่เกิน 150 เซนติเมตร
ดำเนินการขอนุญาตเปิดร้านขายยา
เอกสารหลักที่ต้องเตรียม
คำขอรับใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน (แบบฟอร์ม ขย.1)
สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ขอรับใบอนุญาต
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม (ใบ ภ.ช.) ของเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ ซึ่งต้องไม่อยู่ระหว่างถูกพักใช้หรือถูกเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ
เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ์ในการใช้สถานที่ เช่น สัญญาเช่า โฉนด หรือหนังสือยินยอม
แผนผังร้านและบริเวณโดยรอบพร้อมขนาดพื้นที่จริง
รูปถ่ายสถานที่จริงก่อนและหลังตกแต่ง
รูปถ่ายร้านที่ใช้ประกอบการยื่น ต้องถ่ายอะไรบ้าง
ภายนอกร้าน แสดงป้ายชื่อร้านและทางเข้าอย่างชัดเจน
ภายในร้านมุมกว้าง แสดงภาพรวมของพื้นที่ทั้งหมด
โซนให้บริการโดยเภสัชกร (Pharmacist-service area) พร้อมป้ายระบุ
บริเวณ Counseling area พร้อมโต๊ะและเก้าอี้
ชั้นวางยาและการจัดเรียงสินค้า
พื้นที่เก็บสำรองยา (Stock) พร้อมป้ายระบุ
ตู้เย็นสำหรับเก็บยา
ถังดับเพลิงที่ติดตั้งอย่างถูกต้อง
ขั้นตอนขอนุญาตเปิดร้านขายยา

1. ลงทะเบียนบัญชีรัฐบาลและเปิดสิทธิ์ระบบยา (ทำออฟไลน์ร่วมกับออนไลน์)
สมัครบัญชีดิจิทัล: ผู้ขออนุญาตเข้าไปสมัครบัญชีเพื่อสร้างตัวตนออนไลน์ผ่านระบบ Digital ID
ยื่นคำขอเปิดสิทธิ์: ล็อกอินเข้าสู่ระบบ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ ของ อย. เพื่อพิมพ์เอกสาร คำขอเปิดสิทธิ์ใช้งานระบบสถานที่ด้านยา
แสดงตัวตนที่หน่วยงาน: นำเอกสารพร้อมบัตรประชาชนตัวจริงไปพบเจ้าหน้าที่ 1 ครั้ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เปิดสิทธิ์บัญชีของคุณในระบบ
ร้านในกรุงเทพฯ: ไปที่ อย. ส่วนกลาง (กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี)
ร้านในต่างจังหวัด: ไปที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในพื้นที่ตั้งร้าน
2. กรอกคำขอ ข.ย.1 และแนบหลักฐานเข้าระบบ (ทำออนไลน์ 100%)
กรอกคำขอข้อมูล: ล็อกอินเข้าระบบ e-Submission (Skynet) ของ อย. เพื่อเลือกทำแบบฟอร์มคำขออนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน (ข.ย.1)
อัปโหลดไฟล์ดิจิทัล: แนบเอกสารหลักฐานทั้งหมดเป็นไฟล์ PDF (เช่น ใบประกอบวิชาชีพเภสัชกร, หนังสือรับรองปฏิบัติการ ข.ย.14, สัญญาเช่าตึก, ใบรับรองแพทย์ และรูปถ่ายร้านค้ารูปแบบ GPP ทุกมุม)
3. นัดหมายลงตรวจประเมินสถานที่จริง
เจ้าหน้าที่จะนั่งเช็กไฟล์ PDF ที่คุณส่งไปในระบบ หากถูกต้องจะทำการนัดหมายวันตรวจร้าน
โดยเภสัชกรประจำร้านต้องอยู่แสดงตนพร้อมตรวจสุขภาพและเอกสารใบประกอบจริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในวันนั้น
4. ชำระเงินค่าธรรมเนียมอิเล็กทรอนิกส์และรับใบอนุญาต
จ่ายเงินเข้าระบบ: เมื่อผลตรวจผ่านเกณฑ์ เจ้าหน้าที่จะส่งรหัสสั่งจ่ายเงินเข้ามาในระบบ ให้คุณชำระค่าธรรมเนียมรวม 2,500 บาท (ค่าคำขอ 500 บาท + ค่าใบอนุญาต 2,000 บาท)
รับใบอนุมัติตัวจริง: นำใบเสร็จไปรับแผ่น ใบอนุญาต ข.ย.1 ตัวจริง ณ หน่วยงานที่คุณยื่นเรื่อง (อย. หรือ สสจ.) นำมาใส่กรอบแขวนติดในร้านยาจึงจะสามารถเปิดกิจการขายยาได้
จัดหายี่ปั๊วหรือบริษัทขายส่งยา

ยี่ปั๊วคืออะไร
"ยี่ปั๊ว" คือ บริษัทค้าส่งยา หรือคลังยา ที่จัดหายาจากโรงงาน แล้วกระจายขายต่อให้ร้านขายยา ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตขายส่ง และจัดเก็บยาตามมาตรฐาน GPP
เหตุผลที่ต้องผ่านยี่ปั๊ว เพราะโรงงานยามักไม่ขายตรงให้ร้านเล็กในจำนวนน้อย ยี่ปั๊วจึงเป็นตัวกลางที่แบ่งขายยาในปริมาณที่เหมาะกับร้านขายยา ช่วยให้ร้านสั่งยาได้ง่าย บริหารสต๊อกได้สะดวก และมีสินค้าพร้อมขายต่อเนื่อง
เอกสารยืนยันตนสำหรับการเปิดบัญชีซื้อยาราคาส่ง
สำเนาใบอนุญาต ข.ย.1: ถ่ายสำเนาจากใบจริงที่ได้รับแจกจาก อย. หรือ สสจ.
สำเนาใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม: ถ่ายสำเนาใบการ์ดหรือใบประกาศประกอบวิชาชีพ พร้อมให้เภสัชกรประจำร้านเซ็นสำเนาถูกต้องด้วยปากกาตัวเอง
สำเนาหนังสือ ข.ย.14: ถ่ายสำเนาจากคู่ฉบับที่ยื่นไว้ตอนขออนุญาตเปิดร้านยาส่งให้ยี่ปั๊วเก็บเป็นหลักฐานเวลาปฏิบัติการ
สำเนาเอกสารจัดตั้งธุรกิจ:
บุคคลธรรมดา: สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ และสำเนาบัตรประชาชนเจ้าของร้าน
นิติบุคคล: สำเนาหนังสือรับรองบริษัท (คัดสําเนาไม่เกิน 3-6 เดือน) และสำเนาใบ ภ.พ.20
เลือกผู้จัดจำหน่ายอย่างไรให้เหมาะกับร้าน
สิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกยี่ปั๊วหรือบริษัทขายส่งยา
ใบอนุญาตถูกต้อง ต้องเป็นผู้จัดจำหน่ายที่มีใบอนุญาตค้าส่งยาตามกฎหมาย
ความครอบคลุมของสินค้าควรมียาครอบคลุมกลุ่มหลักตามการจัดหมวดยาที่ GPP แนะนำ เช่น กลุ่มยาระบบทางเดินอาหาร กลุ่มยาหัวใจและหลอดเลือด กลุ่มยาระบบทางเดินหายใจ กลุ่มยาต้านการติดเชื้อ เป็นต้น
ราคาและเงื่อนไข มีส่วนลดตามปริมาณหรือเงื่อนไขที่เหมาะกับร้านขนาดเล็กหรือไม่
การจัดส่งตรงเวลา สม่ำเสมอ มีระบบติดตามสถานะสินค้า
มาตรฐานการขนส่ง โดยเฉพาะยาที่ต้องควบคุมอุณหภูมิระหว่างขนส่ง
ร้านขายยาสามารถมียี่ปั๊วมากกว่าหนึ่งราย เพื่อให้ครอบคลุมสินค้าได้หลากหลาย มีตัวเลือกสำรองในกรณีที่สินค้าขาดตลาด
ติดตั้งระบบ POS สำหรับร้านขายยา

ระบบ POS คืออะไร
ระบบ POS คือ ระบบขายหน้าร้านที่ช่วยจัดการการขาย คิดเงิน ออกใบเสร็จ บันทึกสต๊อกยา Lot ยา วันหมดอายุ และข้อมูลการซื้อขาย แม้ GPP ไม่ได้บังคับให้ร้านขายยาต้องใช้ POS โดยตรง แต่ร้านต้องมีระบบเอกสารและคลังสินค้าที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรวจสอบย้อนหลังได้
บัญชียาที่ร้านขายยาต้องจัดทำ
ร้านขายยาควรมีการบันทึกบัญชียาที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้อง เช่น
บัญชีการซื้อยา ข.ย.9
ใช้บันทึกรายการยาที่ซื้อเข้าร้าน เช่น วันที่ซื้อ ชื่อผู้ขาย ชื่อยา เลขที่ผลิต Lot / Batch จำนวนหรือปริมาณ และข้อมูลผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
บัญชีขายยาควบคุมพิเศษ ข.ย.10
ใช้บันทึกรายการขายยาควบคุมพิเศษทุกครั้งที่มีการจำหน่าย
บัญชีขายยาอันตราย ข.ย.11
ใช้บันทึกการขายยาอันตรายเฉพาะรายการที่ อย. กำหนดให้ต้องบันทึก
บัญชีขายยาตามใบสั่งยา ข.ย.12
ใช้บันทึกกรณีผู้รับบริการนำใบสั่งยาจากผู้ประกอบวิชาชีพมาซื้อยาที่ร้าน
ควบคุมสต๊อกยาตามหลัก FEFO
ร้านขายยาต้องมีระบบตรวจสอบยาเสื่อมคุณภาพและยาหมดอายุอย่างชัดเจน โดยควรใช้หลัก FEFO: First Expired, First Out หมายถึง ยาที่หมดอายุก่อนควรถูกจัดวางและหยิบจ่ายออกก่อน เพื่อลดความเสี่ยงจากการมียาหมดอายุค้างอยู่ในสต๊อก
ในทางปฏิบัติ หากใช้การจดมือหรือ Excel เพียงอย่างเดียว อาจเกิดปัญหาได้ง่าย เช่น
สต๊อกไม่ตรงกับของจริง
แยก Lot ยาได้ไม่ชัดเจน
ไม่รู้ว่ายาล็อตไหนใกล้หมดอายุ
ตรวจสอบย้อนหลังได้ยาก
เสียเวลากับงานเอกสารมากเกินจำเป็น
ฟีเจอร์สำคัญที่ POS ร้านยาควรมี
จัดการสต๊อกแยกตาม Lot และวันหมดอายุ
ช่วยดูว่ายาแต่ละล็อตรับเข้าวันไหน เหลือเท่าไหร่ และหมดอายุเมื่อไหร่
แจ้งเตือนยาใกล้หมดอายุ
ช่วยให้ร้านวางแผนจัดการสต๊อก ส่งคืน หรือแยกเก็บยาได้ทันเวลา
บันทึกบัญชีซื้อและขายยา
รองรับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ ข.ย.9, ข.ย.10, ข.ย.11 และ ข.ย.12
บันทึกประวัติการขาย
ดูยอดขายรายวัน รายเดือน รายสินค้า เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มและวางแผนสั่งซื้อยา
ออกใบเสร็จและฉลากยา
ช่วยให้ข้อมูลการจ่ายยาเป็นระเบียบ ลดความผิดพลาดในการเขียนหรือพิมพ์ข้อมูลซ้ำ
บันทึกข้อมูลลูกค้าเบื้องต้น
เช่น ประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว หรือประวัติการซื้อยาเดิม เพื่อช่วยให้เภสัชกรตรวจสอบข้อมูลก่อนจ่ายยาได้สะดวกขึ้น
สรุปรายงานสำคัญของร้าน
เช่น ยอดขาย สต๊อกคงเหลือ รายการยาใกล้หมดอายุ และข้อมูลการรับยาเข้าร้าน
สรุป
การเปิดร้านขายยาให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรู้ด้านเภสัชศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยการวางแผนและการจัดการองค์ประกอบต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน GPP การจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน การคัดเลือกผู้จัดจำหน่ายยาที่น่าเชื่อถือ การวางระบบสต๊อกและการขาย ไปจนถึงการดำเนินกิจการให้ถูกต้องตามกฎหมาย
แม้ข้อกำหนด GPP อาจดูซับซ้อนในระยะแรก แต่ทุกข้อกำหนดล้วนมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความปลอดภัยของผู้รับบริการ และรักษาคุณภาพของยาที่นำมาจำหน่าย หากผู้ประกอบการเข้าใจหลักเกณฑ์และเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้น การเปิดร้านขายยาก็จะสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้อง มั่นใจ และมีมาตรฐาน
หากต้องการคำปรึกษาเรื่องการเปิดร้านขายยา การออกแบบร้านให้สอดคล้องกับมาตรฐาน GPP หรือการขออนุญาตเปิดร้านขายยาอย่างถูกต้อง ติดต่อ Deccodrug พร้อมให้คำแนะนำและดูแลคุณในทุกขั้นตอน
Facebook Official: Deccodrug
Line OA: @deccodrug
Tel.093-4241559 / 063-8960577




ความคิดเห็น