ไม่ใช่เภสัชกร เปิดร้านขายยาได้ไหม? ต้องเตรียมอะไรบ้างในปี 2026
- Decco develop
- 15 มิ.ย.
- ยาว 3 นาที

ไม่ใช่เภสัชกร ก็วางแผนเปิดร้านขายยาได้ แต่ต้องเข้าใจให้ถูกตั้งแต่แรกว่า เจ้าของร้านกับผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการเป็นคนละบทบาทกัน และร้านต้องมีบุคลากร ใบอนุญาต พื้นที่ และระบบจัดการที่เป็นไปตามข้อกำหนด
บทความนี้จะสรุปขั้นตอนสำคัญสำหรับคนทั่วไปที่อยากเปิดร้านขายยาในปี 2026 ตั้งแต่เลือกว่าจะเปิดในนามบุคคลธรรมดาหรือบริษัท จัดหาเภสัชกรหรือบุคลากรตามประเภทใบอนุญาต ออกแบบร้านให้พร้อมยื่นขออนุญาต จัดหายี่ปั๊ว ไปจนถึงวางระบบ POS เพื่อให้เริ่มต้นได้อย่างถูกลำดับและลดความผิดพลาดตั้งแต่ก่อนลงทุนจริง
เปิดร้านขายยา จดเป็น "บุคคลธรรมดา" หรือ "บริษัท"

คำถามแรกที่นักลงทุนมักสงสัยคือ ต้องเปิดเป็นบริษัทไหม? คำตอบคือ ไม่จำเป็น คุณสามารถใช้ชื่อตัวเองที่เป็นบุคคลธรรมดาขอใบอนุญาตได้เลย แต่ละรูปแบบมีข้อดีข้อเสียที่คุณต้องรู้เพื่อวางแผนภาษี ดังนี้
1. เปิดร้านขายยาในนามบุคคลธรรมดา
รูปแบบนี้เหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น เปิดร้านสาขาแรก หรือยังต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายหลังบ้านให้ไม่ซับซ้อนมากนัก
ข้อดี
จดทะเบียนง่าย
บริหารงานคล่องตัว
ไม่ต้องส่งงบการเงินประจำปีเหมือนบริษัท
ภาระด้านบัญชีและเอกสารน้อยกว่า
เหมาะกับร้านขนาดเล็กหรือผู้ที่เพิ่งเริ่มทดลองทำธุรกิจ
ข้อควรระวังหากร้านมียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT และเมื่อรายได้สูงขึ้น อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอาจสูงขึ้นตามฐานรายได้ ซึ่งอาจทำให้ภาระภาษีเพิ่มขึ้นในอนาคต
2. เปิดร้านขายยาในนามนิติบุคคล
รูปแบบนี้เหมาะกับผู้ที่มีแผนทำธุรกิจจริงจัง มีเงินลงทุนค่อนข้างพร้อม วางแผนเปิดหลายสาขา หรือคาดว่ายอดขายจะเติบโตเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
ข้อดี
ภาษีเงินได้นิติบุคคลมีอัตราสูงสุด 20%
หากเข้าเกณฑ์ SME อาจได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีบางส่วน
สามารถนำค่าใช้จ่ายของธุรกิจมาบันทึกเป็นต้นทุนได้ตามจริง
ดูน่าเชื่อถือมากขึ้นในสายตาคู่ค้า ธนาคาร หรือผู้ร่วมลงทุน
เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการขยายสาขาในอนาคต
ข้อควรระวังการทำธุรกิจในรูปแบบบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจะมีค่าใช้จ่ายประจำปีเพิ่มขึ้น เช่น ค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี และมีขั้นตอนด้านเอกสารมากกว่าบุคคลธรรมดา รวมถึงการนำเงินออกจากบริษัทต้องทำให้ถูกต้องตามหลักบัญชีและภาษี
จัดหาบุคลากรเฉพาะทางให้ตรงกับประเภทของร้าน

การเปิดร้านขายยาสำหรับคนที่ไม่ใช่เภสัชกร หัวใจสำคัญของการเปิดร้านขายยาคือ ต้องเลือกประเภทใบอนุญาตให้ และจัดหาบุคลากรวิชาชีพที่มีคุณสมบัติตรงตามกฎหมายมาเป็น ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการประจำร้าน โดย แบ่งได้ดังนี้
1. ข.ย.1 ร้านขายยาแผนปัจจุบัน
ลักษณะร้าน: ขายยาแผนปัจจุบันได้ครอบคลุม เช่น ยาสามัญประจำบ้าน ยาอันตราย และยาควบคุมพิเศษ
ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ: เภสัชกร
3. ข.ย.3 ร้านขายยาสำหรับสัตว์
ลักษณะร้าน: ขายยาแผนปัจจุบันเฉพาะยาบรรจุเสร็จสำหรับสัตว์
ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ: ต้องเป็นสัตวแพทย์ชั้นที่ 1 หรือ เภสัชกร
ออกแบบและตกแต่งร้านขายยาให้ถูกมาตรฐาน GPP
การออกแบบร้านขายยาต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับมาตรฐาน GPP ก่อนเริ่มออกแบบ ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าร้านอยู่ภายใต้ใบอนุญาตประเภทใด และมีขอบเขตการให้บริการแบบใด เพราะแต่ละประเภทมีรายละเอียดการจัดพื้นที่ การจัดเก็บยา และบทบาทของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการที่ต้องรองรับแตกต่างกัน
ขนาดพื้นที่ร้านขายยาตามมาตรฐาน GPP
พื้นที่ภายในร้านควรจัดให้เป็นสัดส่วน ใช้งานได้จริง และสอดคล้องกับขอบเขตของใบอนุญาต ทั้งพื้นที่จำหน่ายยา พื้นที่ให้คำปรึกษา พื้นที่บริการตนเอง เคาน์เตอร์ พื้นที่เก็บยา และทางเดินภายในร้าน โดยต้องแยกจากพื้นที่เก็บสำรองยาอย่างเหมาะสม
พื้นที่ | ขนาดพื้นที่ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
พื้นที่ขายยา + ให้คำปรึกษา | 8 ตร.ม. ขึ้นไป | ความยาวด้านสั้นสุด ≥ 2 ม. |
พื้นที่รวมทั้งร้าน | 15 ตร.ม. ขึ้นไป | ไม่รวมพื้นที่เก็บสต๊อกยา |
ความสูงเพดาน | 2.4 ม. ขึ้นไป | - |
การจัดพื้นที่ตามประเภทใบอนุญาตร้านขายยา

ข.ย.1 ร้านขายยาแผนปัจจุบัน
ข.ย.1 คือร้านขายยาแผนปัจจุบันที่สามารถจำหน่ายยาได้ครอบคลุมกว่าร้านประเภทอื่น เช่น ยาสามัญประจำบ้าน ยาอันตราย และยาบางกลุ่มที่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเภสัชกรมีพื้นที่ดังนี้
พื้นที่ให้บริการโดยเภสัชกรและพื้นที่ให้คำปรึกษา
ต้องแยกจากโซนบริการตัวเองให้ชัดเจน ห้ามลูกค้าหยิบหรือเข้าถึงยาเองได้ พร้อมติดป้ายว่า พื้นที่ให้บริการโดยเภสัชกร ให้เห็นชัดๆ ในโซนนี้ต้องมีที่ปรึกษาพร้อมโต๊ะและเก้าอี้อย่างน้อย 2 ตัว
พื้นที่เก็บยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษต้องอยู่ในตำแหน่งที่เภสัชกรดูแลได้ ต้องมีอุปกรณ์ปิดบังหรือกั้นพื้นที่จ่ายยา พร้อมป้ายบอกว่าขณะนี้เภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ ไม่สามารถจำหน่ายยาในบริเวณนี้ได้
พื้นที่บริการตนเอง
สำหรับสินค้าที่ลูกค้าเลือกซื้อได้เอง เช่น เครื่องสำอาง ของใช้สุขอนามัย หรือยาสามัญประจำบ้าน
พื้นที่เก็บสำรองยา
ต้องจัดเก็บยาให้เป็นระเบียบ ไม่วางสัมผัสพื้นโดยตรง มีชั้นวางหรือพาเลทรองรับ พร้อมป้าย พื้นที่เก็บสำรองยา (Stock) และไม่ควรเก็บปะปนกับยาหน้าร้าน อุณหภูมิในพื้นที่ขายยาหน้าร้านและพื้นที่เก็บสำรองยาต้องไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส
ข.ย.3 ร้านขายยาแผนปัจจุบันเฉพาะยาบรรจุเสร็จสำหรับสัตว์
ข.ย.3 คือร้านขายยาแผนปัจจุบันเฉพาะยาบรรจุเสร็จสำหรับสัตว์ จำหน่ายได้เฉพาะยาสำหรับสัตว์ที่เป็นยาบรรจุเสร็จตามขอบเขตใบอนุญาตเท่านั้น ไม่ใช่ร้านขายยาสำหรับคน
พื้นที่ให้บริการโดยสัตวแพทย์และพื้นที่ให้คำปรึกษา
ต้องแยกจากโซนบริการตัวเองให้ชัดเจน ห้ามลูกค้าหยิบหรือเข้าถึงยาเองได้ พร้อมติดป้ายว่า พื้นที่ให้บริการโดยสัตวแพทย์ ให้เห็นชัดๆ ในโซนนี้ต้องมีที่ปรึกษาพร้อมโต๊ะและเก้าอี้อย่างน้อย 2 ตัว
พื้นที่เก็บยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษต้องอยู่ในตำแหน่งที่สัตวแพทย์ดูแลได้ ต้องมีอุปกรณ์ปิดบังหรือกั้นพื้นที่จ่ายยา พร้อมป้ายบอกว่าขณะนี้สัตวแพทย์ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ ไม่สามารถจำหน่ายยาในบริเวณนี้ได้
พื้นที่บริการตนเอง
ใช้สำหรับสินค้าสำหรับสัตว์ที่ลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้เอง เช่น ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพสัตว์ อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง หรือสินค้าสำหรับสัตว์ตามขอบเขตที่อนุญาต
ต้องจัดแยกหมวดหมู่ให้ชัดเจน เช่น สัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก ปศุสัตว์ หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพสัตว์
พื้นที่เก็บสำรองยา
ต้องแยกจากพื้นที่ขายยาและพื้นที่ให้คำปรึกษา จัดเก็บยาให้เป็นระเบียบ ไม่วางสัมผัสพื้นโดยตรง ควรมีชั้นวางหรือพาเลทรองรับ พร้อมป้าย “พื้นที่เก็บสำรองยา” หรือ “Stock”
พื้นที่ขายยาและพื้นที่เก็บสำรองยาควรควบคุมอุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส
อุปกรณ์ร้านขายยาที่ต้องมีตามมาตรฐาน GPP

ร้านขายยาต้องมีอุปกรณ์สำหรับการขายยา การเก็บรักษายา และการให้บริการให้ครบตามประเภทใบอนุญาต ดังนี้
ข.ย.1 ร้านขายยาแผนปัจจุบัน
ตู้เย็น 1 เครื่อง เฉพาะกรณีมียาที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ
ถาดนับเม็ดยาอย่างน้อย 2 ถาด
เครื่องวัดความดันโลหิตชนิดอัตโนมัติ 1 เครื่อง
เครื่องชั่งน้ำหนัก 1 เครื่อง
อุปกรณ์วัดส่วนสูง 1 เครื่อง
ถังดับเพลิง 1 เครื่อง
ข.ย.3 ร้านขายยาแผนปัจจุบันเฉพาะยาบรรจุเสร็จสำหรับสัตว์
ต้องมีตู้เย็น 1 เครื่อง เฉพาะกรณีมียาที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ
ถังดับเพลิง 1 เครื่อง
อุปกรณ์ทุกอย่างต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และเหมาะสมต่อการขายยา การเก็บรักษายา และการให้บริการตามมาตรฐาน GPP
ดำเนินการขออนุญาตเปิดร้านขายยา
การขออนุญาตเปิดร้านขายยา ข.ย.1 และ ข.ย.3 ต้องเตรียมเอกสารให้ครบ จัดสถานที่ตามมาตรฐาน GPP และยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ของ อย. โดยทั้ง 2 ประเภทมีขั้นตอนใกล้เคียงกัน ต่างกันที่ประเภทใบอนุญาตและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการดังนี้
เอกสารที่ต้องจัดเตรียม
1. เอกสารด้านสถานที่และคำขอ
เอกสารกลุ่มนี้ใช้ยืนยันข้อมูลตัวร้าน สถานที่ตั้ง และรูปแบบใบอนุญาตที่ต้องการยื่น ได้แก่
แบบคำขออนุญาต ข.ย.1 หรือ ข.ย.3
คำรับรองของผู้รับอนุญาต
หลักฐานสิทธิ์ในสถานที่ เช่น สัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
สำเนาทะเบียนบ้านของอาคารที่ใช้เปิดร้าน
แผนที่ตั้งร้าน โดยระบุเส้นทางและจุดสังเกตให้ชัดเจน
แผนผังภายในร้าน แสดงพื้นที่ขายยา พื้นที่ให้คำปรึกษา จุดวางตู้ยา เคาน์เตอร์ และพื้นที่เก็บสำรองยา
รูปถ่ายหน้าร้านและภายในร้านหลังจัดเตรียมสถานที่แล้ว
2. เอกสารของผู้ขออนุญาต
กรณีผู้ขออนุญาตเป็น บุคคลธรรมดา ต้องเตรียม
สำเนาบัตรประชาชน
สำเนาทะเบียนบ้าน
ใบรับรองแพทย์ฉบับจริง
รูปถ่ายตามขนาดและจำนวนที่หน่วยงานกำหนด
กรณีผู้ขออนุญาตเป็น นิติบุคคล/บริษัท ต้องเตรียม
หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
เอกสารของกรรมการหรือผู้มีอำนาจลงนาม
เอกสารของผู้ดำเนินกิจการ โดยใช้เอกสารส่วนตัวเช่นเดียวกับกรณีบุคคลธรรมดา
3. เอกสารของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการต้องตรงกับประเภทใบอนุญาต
ข.ย.1 ใช้เอกสารของเภสัชกร
ข.ย.3 ใช้เอกสารของสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง หรือผู้มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด
เอกสารที่ต้องเตรียม ได้แก่
สัญญาระหว่างผู้ขออนุญาตกับผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
แบบ ข.ย.14 คำรับรองของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
สำเนาบัตรประชาชน
สำเนาทะเบียนบ้าน
ใบรับรองแพทย์
สำเนาใบประกอบวิชาชีพ หรือเอกสารแสดงคุณสมบัติตามกฎหมาย
หนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชา กรณีผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการมีงานประจำอื่น เพื่อยืนยันว่าเวลาปฏิบัติงานไม่ทับซ้อนกัน
ขั้นตอนการขออนุญาตเปิดร้านขายยา
ขั้นตอนที่ 1 เปิดสิทธิ์เข้าใช้งานระบบ
ผู้ขออนุญาตต้องลงทะเบียน Digital ID และเปิดสิทธิ์เข้าใช้งานระบบ E-Submission ของ อย.
ยื่นคำขอเปิดสิทธิ์: ล็อกอินเข้าสู่ระบบ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ ของ อย. เพื่อพิมพ์เอกสาร คำขอเปิดสิทธิ์ใช้งานระบบสถานที่ด้านยา
แสดงตัวตนที่หน่วยงาน: นำเอกสารพร้อมบัตรประชาชนตัวจริงไปพบเจ้าหน้าที่ 1 ครั้ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เปิดสิทธิ์บัญชีของคุณในระบบ
ร้านในกรุงเทพฯ: ไปที่ อย. ส่วนกลาง (กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี)
ร้านในต่างจังหวัด: ไปที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในพื้นที่ตั้งร้าน
ขั้นตอนที่ 2 ยื่นคำขอออนไลน์
ล็อกอินเข้าระบบ e-Submission (Skynet) ของ อย. เพื่อเลือกทำแบบฟอร์มคำขออนุญาตเลือกประเภทคำขอให้ถูกต้องว่าเป็น ข.ย.1 หรือ ข.ย.3
อัปโหลดไฟล์ดิจิทัล: แนบเอกสารหลักฐานทั้งหมดเป็นไฟล์ PDF (เช่น ใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรหรือสัตวแพทย์, หนังสือรับรองปฏิบัติการ ข.ย.14, สัญญาเช่าตึก, ใบรับรองแพทย์ และรูปถ่ายร้านค้ารูปแบบ GPP ทุกมุม)
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจเอกสารและชำระค่าพิจารณาคำขอ
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารผ่านระบบ หากเอกสารถูกต้องและครบถ้วน ระบบจะออกใบชำระค่าพิจารณาคำขอ
ตามข้อมูลที่ใช้ประกอบนี้ ค่าพิจารณาคำขออยู่ที่ 500 บาท
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสถานที่จริง
เจ้าหน้าที่ สสจ. นัดเข้าตรวจร้านจริง เพื่อตรวจความพร้อมของสถานที่ตามมาตรฐาน GPP เช่น พื้นที่ขายยา พื้นที่ให้คำปรึกษา อุปกรณ์ ป้าย ระบบควบคุมอุณหภูมิ และพื้นที่เก็บสำรองยา
กรณี ข.ย.1 เภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการควรอยู่แสดงตนในวันตรวจ
กรณี ข.ย.3 ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการของร้านยาสัตว์ควรอยู่แสดงตนในวันตรวจเช่นกัน
ขั้นตอนที่ 5 อนุมัติและรับใบอนุญาต
เมื่อเอกสารและสถานที่ผ่านการตรวจประเมิน เจ้าหน้าที่จะเสนออนุมัติใบอนุญาต จากนั้นผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมรายปีและรับใบอนุญาต
ใบอนุญาต ข.ย.1 ค่าธรรมเนียม 2,000 บาท/ปี
ใบอนุญาต ข.ย.3 ค่าธรรมเนียม 1,000 บาท/ปี
หลังได้รับใบอนุญาตแล้ว ต้องนำใบอนุญาตติดแสดงไว้ในร้าน และจึงสามารถเปิดดำเนินการได้อย่างถูกต้อง
จัดหายี่ปั๊วหรือบริษัทขายส่งยา

ยี่ปั๊วคืออะไร
"ยี่ปั๊ว" คือ บริษัทค้าส่งยา หรือคลังยา ที่จัดหายาจากโรงงาน แล้วกระจายขายต่อให้ร้านขายยา ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตขายส่ง และจัดเก็บยาตามมาตรฐาน GPP
เหตุผลที่ต้องผ่านยี่ปั๊ว เพราะโรงงานยามักไม่ขายตรงให้ร้านเล็กในจำนวนน้อย ยี่ปั๊วจึงเป็นตัวกลางที่แบ่งขายยาในปริมาณที่เหมาะกับร้านขายยา ช่วยให้ร้านสั่งยาได้ง่าย บริหารสต๊อกได้สะดวก และมีสินค้าพร้อมขายต่อเนื่อง
เอกสารยืนยันตนสำหรับการเปิดบัญชีซื้อยาราคาส่ง
ยี่ปั๊วยาที่ถูกต้องตามกฎหมายจะไม่ขายยาอันตรายให้กับบุคคลทั่วไป คุณต้องเตรียมเอกสารเหล่านี้เพื่อเปิดบัญชีซื้อขาย:
ใบอนุญาตขายยา ขย.1 หรือ ขย.3: ถ่ายสำเนาจากใบจริงที่ได้รับแจกจาก อย. หรือ สสจ.
ใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม หรือ ใบประกอบวิชาชีพสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง: ของผู้ดำเนินการประจำร้าน ถ่ายสำเนาใบการ์ดหรือใบประกาศประกอบวิชาชีพ พร้อมให้เภสัชกรประจำร้านเซ็นสำเนาถูกต้องด้วยปากกาตัวเอง
สำเนาหนังสือ ข.ย.14: ถ่ายสำเนาจากคู่ฉบับที่ยื่นไว้ตอนขออนุญาตเปิดร้านยาส่งให้ยี่ปั๊วเก็บเป็นหลักฐานเวลาปฏิบัติการ
สำเนาเอกสารจัดตั้งธุรกิจ:
บุคคลธรรมดา: สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ และสำเนาบัตรประชาชนเจ้าของร้าน
นิติบุคคล: สำเนาหนังสือรับรองบริษัท (คัดสําเนาไม่เกิน 3-6 เดือน) และสำเนาใบ ภ.พ.20
เลือกผู้จัดจำหน่ายอย่างไรให้เหมาะกับร้าน
สิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกยี่ปั๊วหรือบริษัทขายส่งยา
ใบอนุญาตถูกต้อง ต้องเป็นผู้จัดจำหน่ายที่มีใบอนุญาตค้าส่งยาตามกฎหมาย
ความครอบคลุมของสินค้าควรมียาครอบคลุมกลุ่มหลักตามการจัดหมวดยาที่ GPP แนะนำ
ราคาและเงื่อนไข มีส่วนลดตามปริมาณหรือเงื่อนไขที่เหมาะกับร้านขนาดเล็กหรือไม่
การจัดส่งตรงเวลา สม่ำเสมอ มีระบบติดตามสถานะสินค้า
มาตรฐานการขนส่ง โดยเฉพาะยาที่ต้องควบคุมอุณหภูมิระหว่างขนส่ง
ร้านขายยาสามารถมียี่ปั๊วมากกว่าหนึ่งราย เพื่อให้ครอบคลุมสินค้าได้หลากหลาย มีตัวเลือกสำรองในกรณีที่สินค้าขาดตลาด
ติดตั้งระบบ POS สำหรับร้านขายยา

ระบบ POS คืออะไร
ระบบ POS คือ ระบบขายหน้าร้านที่ช่วยจัดการการขาย คิดเงิน ออกใบเสร็จ บันทึกสต๊อกยา Lot ยา วันหมดอายุ และข้อมูลการซื้อขาย แม้ GPP ไม่ได้บังคับให้ร้านขายยาต้องใช้ POS โดยตรง แต่ร้านต้องมีระบบเอกสารและคลังสินค้าที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรวจสอบย้อนหลังได้
บัญชียาที่ร้านขายยาต้องจัดทำ
ร้านขายยาควรมีการบันทึกบัญชียาที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้อง เช่น
บัญชีการซื้อยา ข.ย.9
ใช้บันทึกรายการยาที่ซื้อเข้าร้าน เช่น วันที่ซื้อ ชื่อผู้ขาย ชื่อยา เลขที่ผลิต Lot / Batch จำนวนหรือปริมาณ และข้อมูลผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
บัญชีขายยาควบคุมพิเศษ ข.ย.10
ใช้บันทึกรายการขายยาควบคุมพิเศษทุกครั้งที่มีการจำหน่าย
บัญชีขายยาอันตราย ข.ย.11
ใช้บันทึกการขายยาอันตรายเฉพาะรายการที่ อย. กำหนดให้ต้องบันทึก
บัญชีขายยาตามใบสั่งยา ข.ย.12
ใช้บันทึกกรณีผู้รับบริการนำใบสั่งยาจากผู้ประกอบวิชาชีพมาซื้อยาที่ร้าน
ควบคุมสต๊อกยาตามหลัก FEFO
ร้านขายยาต้องมีระบบตรวจสอบยาเสื่อมคุณภาพและยาหมดอายุอย่างชัดเจน โดยควรใช้หลัก FEFO: First Expired, First Out หมายถึง ยาที่หมดอายุก่อนควรถูกจัดวางและหยิบจ่ายออกก่อน เพื่อลดความเสี่ยงจากการมียาหมดอายุค้างอยู่ในสต๊อก
ในทางปฏิบัติ หากใช้การจดมือหรือ Excel เพียงอย่างเดียว อาจเกิดปัญหาได้ง่าย เช่น
สต๊อกไม่ตรงกับของจริง
แยก Lot ยาได้ไม่ชัดเจน
ไม่รู้ว่ายาล็อตไหนใกล้หมดอายุ
ตรวจสอบย้อนหลังได้ยาก
เสียเวลากับงานเอกสารมากเกินจำเป็น
ฟีเจอร์สำคัญที่ POS ร้านยาควรมี
จัดการสต๊อกแยกตาม Lot และวันหมดอายุ
ช่วยดูว่ายาแต่ละล็อตรับเข้าวันไหน เหลือเท่าไหร่ และหมดอายุเมื่อไหร่
แจ้งเตือนยาใกล้หมดอายุ
ช่วยให้ร้านวางแผนจัดการสต๊อก ส่งคืน หรือแยกเก็บยาได้ทันเวลา
บันทึกบัญชีซื้อและขายยา
รองรับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ ข.ย.9, ข.ย.10, ข.ย.11 และ ข.ย.12
บันทึกประวัติการขาย
ดูยอดขายรายวัน รายเดือน รายสินค้า เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มและวางแผนสั่งซื้อยา
ออกใบเสร็จและฉลากยา
ช่วยให้ข้อมูลการจ่ายยาเป็นระเบียบ ลดความผิดพลาดในการเขียนหรือพิมพ์ข้อมูลซ้ำ
บันทึกข้อมูลลูกค้าเบื้องต้น
เช่น ประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว หรือประวัติการซื้อยาเดิม เพื่อช่วยให้เภสัชกรตรวจสอบข้อมูลก่อนจ่ายยาได้สะดวกขึ้น
สรุปรายงานสำคัญของร้าน
เช่น ยอดขาย สต๊อกคงเหลือ รายการยาใกล้หมดอายุ และข้อมูลการรับยาเข้าร้าน
บทสรุป
การเปิดร้านขายยาสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ใช่เภสัชกรสามารถทำได้จริง โดยเจ้าของกิจการสามารถยื่นขออนุญาตได้ทั้งในนามบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล แต่ต้องจัดให้มีผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประเภทใบอนุญาต เช่น เภสัชกรสำหรับร้านขายยาแผนปัจจุบัน หรือสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง/ผู้มีคุณสมบัติตามกฎหมายสำหรับร้านขายยาสัตว์
สิ่งสำคัญของการเปิดร้านขายยาไม่ใช่แค่การมีเงินลงทุนหรือทำเลดี แต่ต้องเตรียมระบบให้ครบตั้งแต่ต้น ทั้งการเลือกประเภทใบอนุญาต การออกแบบร้านให้ถูกต้องตามมาตรฐาน GPP การเตรียมเอกสารขออนุญาต การจัดหายี่ปั๊วหรือบริษัทขายส่งยาที่ถูกต้อง และการใช้ระบบ POS เพื่อควบคุมสต๊อก วันหมดอายุ และการขายอย่างเป็นระบบ
หากต้องการคำปรึกษาเรื่องการเปิดร้านขายยา การออกแบบร้านให้สอดคล้องกับมาตรฐาน GPP หรือการขออนุญาตเปิดร้านขายยาอย่างถูกต้อง ติดต่อ Deccodrug พร้อมให้คำแนะนำและดูแลคุณในทุกขั้นตอน
Facebook Official: Deccodrug
Line OA: @deccodrug
Tel.093-4241559 / 063-8960577




ความคิดเห็น