เคล็ดลับการออกแบบร้านขายยาในพื้นที่จำกัด แต่ใช้งานได้ครอบคลุม
- Decco develop
- 27 ส.ค.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 28 ส.ค.

การออกแบบร้านขายยาที่มีพื้นที่แคบนั้นออกแบบยากกว่าพื้นที่ใหญ่ เพราะต้องคิดให้รอบคอบว่าจะวางของตรงไหน เดินยังไง ลูกค้าจะเข้ามาแล้วรู้สึกสบายไหม บทความนี้จะพาไปดู 4 เทคนิคหลัก ที่ช่วยเปลี่ยนร้านขายยาขนาดเล็กให้กลายเป็นร้านที่ใช้งานครบ ดูดี และน่าเชื่อถือ
การออกแบบร้านขายยาโดยใช้พื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ

พื้นที่เล็กไม่ได้แปลว่าต้องแออัด ถ้าเข้าใจเรื่องการจัดผังและจิตวิทยาพื้นที่ ก็สามารถเปลี่ยนร้านเล็กๆ ให้กลายเป็นร้านที่ทำงานได้คล่องตัวทั้งสำหรับพนักงานและลูกค้า
แบ่งสัดส่วนพื้นที่ในร้านอย่างเหมาะสม
60% พื้นที่หลัก เอาไว้สำหรับโซนบริการลูกค้าและวางสินค้า ควรจัดให้โปร่ง โล่ง เดินง่าย หาของสะดวก ลูกค้าเข้ามาแล้วรู้สึกสบายตา
30% พื้นที่รอง สำหรับโซนเคาน์เตอร์บริการ พื้นที่ให้คำปรึกษา และที่เก็บสินค้าที่ต้องควบคุม ใช้งานได้จริงโดยไม่กินพื้นที่เกินไป
10% พื้นที่เสริม เผื่อไว้สำหรับมุมรอเล็กๆ หรือจุดโชว์สินค้าพิเศษ เพิ่มบรรยากาศให้ร้านดูน่าสนใจและมีลูกเล่นมากขึ้น
การจัดทางเดินในร้านให้เดินง่ายใช้งานสะดวก
ทางเดินหลัก ควรกว้างประมาณ 90–120 ซม. เพื่อให้ลูกค้าสองคนเดินสวนกันได้และยังช่วยให้การเคลื่อนที่ของพนักงานภายในร้านคล่องตัวมากขึ้น
ทางเดินรอง ควรกว้างประมาณ 70–90 ซม. เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้สะดวก และยังเดินเลือกของได้อย่างสบายโดยไม่ชนกับคนอื่นหรือทำให้พื้นที่ดูแคบเกินไป
พื้นที่หยุดดูสินค้า เผื่อไว้ประมาณ 100–150 ซม. เพื่อให้ลูกค้าหยุดเลือกของได้สบายๆ โดยไม่ไปรบกวนคนอื่นที่เดินผ่าน
ทางเดินทางเดียว สำหรับร้านเล็กมากๆ อาจใช้ระบบ One-Way Flow บังคับให้ลูกค้าเดินผ่านสินค้าหลักทั้งหมดก่อนถึงเคาน์เตอร์ วิธีนี้ช่วยให้ร้านแคบแต่ยังขายสินค้าได้คุ้ม โดยไม่ต้องเพิ่มพื้นที่เพิ่มเติม
การเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสมกับขนาดร้านขายยา

ในร้านขายยาขนาดเล็ก เฟอร์นิเจอร์ไม่ควรเป็นแค่ของตกแต่งเท่านั้น แต่ควรทำงานได้หลายอย่างพร้อมกัน การเลือกเฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ช่วยให้ร้านใช้พื้นที่ได้คุ้มขึ้นโดยไม่เสียฟังก์ชันและความสะดวกในการใช้งาน
ตัวอย่างเฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ที่ควรพิจารณา
เคาน์เตอร์แบบมีลิ้นชักในตัว ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของใต้โต๊ะ ใช้งานสะดวก ไม่ต้องเสียพื้นที่ติดตั้งตู้แยกต่างหาก ทำให้ร้านดูเรียบร้อยและเป็นระเบียบ
โต๊ะพับได้ เหมาะสำหรับใช้เป็นจุดให้คำปรึกษาหรือจัดยาเฉพาะกิจ ใช้เสร็จแล้วพับเก็บได้ทันที ไม่เปลืองพื้นที่ เหมาะกับร้านที่ต้องการความยืดหยุ่น
ชั้นวางแบบล้อเลื่อน เคลื่อนย้ายได้ง่าย อยากเปลี่ยนมุม เปลี่ยนตำแหน่งก็ทำได้สะดวก ปรับพื้นที่ร้านให้เหมาะกับการใช้งานแต่ละช่วงเวลาได้แบบไม่ยุ่งยาก
เก้าอี้ที่เก็บของได้ในตัว เป็นทั้งที่นั่งสบาย ๆ และพื้นที่เก็บของสำรอง เหมาะกับร้านขนาดเล็กที่ต้องการใช้ทุกอย่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด
แผง Pegboard ติดผนัง ใช้แขวนสินค้าได้หลากหลาย จัดวางได้ตามหมวดหมู่ และยังปรับเปลี่ยนการจัดเรียงได้ง่ายตามความต้องการของร้าน ช่วยให้ร้านดูน่าสนใจและมีชีวิตชีวาขึ้น
ออกแบบร้านขายยาโดยใช้สีเเละแสงให้ดูกว้างเเละสบายตา

สีและแสง มีผลต่อบรรยากาศของร้านขายยามากโดยเฉพาะร้านขนาดเล็ก การเลือกสีที่เหมาะสมและจัดแสงให้ดี จะช่วยให้ร้านดูโปร่ง กว้าง และทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายตาเวลามาใช้บริการ
เทคนิคที่ช่วยให้ร้านขายยาดูกว้างขึ้น
การใช้สี เลือกสีโทนอ่อนเป็นหลัก เช่น ขาว เทาอ่อน ครีม หรือพาสเทล เพราะให้ความรู้สึกสะอาด ปลอดภัย และทำให้ร้านดูกว้างขึ้น ใช้สีเข้มเพียงเล็กน้อย เช่น กรอบตู้หรือขอบผนัง เพื่อเน้นมิติ
การใช้แสงธรรมชาติ: หากร้านมีหน้าต่างหรือกระจกใส ควรเปิดรับแสงธรรมชาติในตอนกลางวัน เพราะช่วยให้ร้านสว่างและประหยัดค่าไฟ แนะนำใช้ม่านโปร่งหรือบานมู่ลี่ที่ปรับแสงได้ หลีกเลี่ยงม่านทึบ
การติดตั้งไฟเสริม ใช้ไฟ LED สี Daylight (ขาวนวล) จะทำให้สินค้าเห็นชัดสีไม่เพี้ยน หลีกเลี่ยงไฟสีเหลืองหรือส้มมากเกินไป เพราะจะทำให้ร้านดูแคบและมืด
สรุป
การออกแบบร้านขายยาขนาดเล็ก คือการใช้ทุกตารางเมตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการจัดสัดส่วนพื้นที่ ทางเดิน และการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ เพื่อให้ร้านดูเป็นระเบียบ คล่องตัว และใช้งานได้ครบถ้วน ด้วยการวางแผนและออกแบบที่ดี ร้านขายยาขนาดเล็กก็สามารถดูทันสมัย น่าเชื่อถือ และพร้อมให้บริการลูกค้าได้ไม่แพ้ร้านใหญ่เลย




ความคิดเห็น